เช็กสิทธิรับเงินเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 39 รอบวันที่ 23 ส.ค. รับ 5000 บาท หลังจากที่รัฐบาลพร้อมจ่ายเงินเยียวยากลุ่ม ม.39 อาชีพอิสระ 13 จังหวัด โดยท่านสามารถเข้าไปตรวจสอบสิทธิได้ดังนี้…
การจ่ายเงินเยียวยาประชาชนที่ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโควิด-19 ที่ระบาดหนัก 13 จังหวัด (กทม. ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรี ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และพระนครศรีอยุธยา) โดยประชาชนที่ประกอบอาชีพอิสระจะได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท สำหรับการลดอัตราการจ่ายเงินสมทบ
โดยเมื่อถึงวันที่ 23 สิงหาคม ท่านจะได้รับ SMS เพื่อแจ้งรับเงินเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33
สำหรับกำหนดการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของท่านโดยต้องทำการผูกกับพร้อมเพย์ โดยใช้เลขประจำตัวประชาชนให้แก่ผู้ประกันตนทั้งมาตรา 39 รวมถึงนายจ้างในกิจการเจ้าของคนเดียวที่มีชื่อระบุตามทะเบียนพาณิชย์ สำหรับขั้นตอนและวิธีสามารถดูได้ที่ลิงค์นี้ : วิธีผูกบัญชีพร้อมเพย์รับเงินเยียวยามาตรา 33 มาตรา 39 ทุกธนาคาร หากท่านไม่ได้รับSMSหรือรับเงินท่านสามารถเข้าไปตรวจสอบสิทธิได้ตามขั้นตอนด้านล่างนี้
ขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิรับเงินเยียวยารับเงินเยียวยา มาตรา 39
เข้า www.sso.go.th หรือคลิกที่รูปด้านบน
เลือกมาตราที่เราทำประกันตนไว้ ม.39 หรือ ม.40
จากใส่เลขบัตรปชช. และ เลขด้านล่างที่เค้ากำหนดให้ตรงกับรูปภาพ และกดค้นหา
หลังจากที่ท่านกดค้นหาแล้วหาท่านได้รับสิทธิโปรแกรมจะแสดงข้อมูลตามรูปด้านบน…
ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน แบบออนไลน์
เข้าไปสมัครที่เว็บไซต์ ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนตามมาตรา ของสำนักงานประกันสังคม หรือคลิกที่รูปด้านบน
ในหน้านี้ให้ท่านกรอกข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จนเสร็จสิ้นกระบวนการรับสมัครขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ระบบ จะแจ้งยืนยันผ่านทาง SMS ทันที จนถึงการสมัครจึงจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว
กรณีที่ท่านกดตรวจสอบแบบขึ้นคำเตือนแบบตัวอย่างแสดงว่าท่านไม่ได้อยู่ในเกณฑ์การลงทะเบียนนั้นเอง
ช่องทางการสมัครแบบเดินทางไปสมัครด้วยตัวเอง
ท่านสามารถไปสมัครได้ที่
- สปส. สำนักงานประกันสังคม
- เซเว่น เคาท์เตอร์เซอร์วิส
- บิ๊กซี ซูบเปอร์เซ็นเตอร์ ทั่วประเทศ
- หน่วยบริการเคลื่อนที่ สปส.
- ธนาคารธกส.
- หรือโทรสายด่วน 1506
หลักฐานการสมัคร เอกสารประกอบการสมัคร
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่หน่วยงานราชการออกให้ (ใบอนุญาตขับขี่รถ)
- แบบการขึ้นทะเบียนการเป็นผู้ประกันตน มาตรา 40 (สปส.1-40)
นอกจากนี้หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเช่น ข้อมูลการส่งเงินสมทบ และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ สามารถตรวจสอบได้ที่ www.sso.go.th หรือโทรสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
วิธีการนำส่งเงินสมทบ
เลือกจ่ายเป็นเงินสด
- สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา
- หน่วยบริการเคลื่อนที่ของสำนักงานประกันสังคม
- เคาน์เตอร์เซอร์วิส
- เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
- เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
- ห้างเทสโก้โลตัส
- ไปรษณีย์ (ธนาณัติ)
เลือกหักผ่านบัญชีธนาคาร
- ธนาคารเพื่่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
- ธนาคารออมสิน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
- ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
ลดอัตราการจ่ายเงินสมทบ
สำหรับการลดอัตราการจ่ายเงินสมทบในระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่งวดเดือนสิงหาคม 2564 – มกราคม 2565 ตามที่ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศพระราชกฤษฎีกา โดยมี 3 ทางเลือกดังนี้
- จากเดิมจ่ายในอัตรา 70 บาท/เดือน จ่ายอัตราใหม่เป็น 42 บาท/เดือน มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย
- จากเดิมจ่ายในอัตรา 100 บาท/เดือน จ่ายอัตราใหม่เป็น 60 บาท/เดือน มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และกรณีชราภาพ
- จากเดิมจ่ายในอัตรา 300 บาท/เดือน จ่ายอัตราใหม่เป็น 180 บาท/เดือน มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย ชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร
หมายเหตุ การชำระเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสจะเสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 10 บาท ในส่วนการชำระผ่านธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จะมีค่าธรรมเนียม 5 บาทต่อครั้ง โดยจะได้รับใบเสร็จรับเงินทันที แต่ผู้ประกันตนต้องนำใบเสร็จรับเงินที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสที่ออกให้ พร้อมสมุดนำส่งเงินสมทบมาตรา 40 ไปติดต่อที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ทำการประทับตราในสมุดนำส่งเงินสมทบ เนื่องจากต้องใช้ประกอบการยื่นเรื่องเมื่อมีการรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
สิทธิประโยชน์พื้นฐานสำหรับผู้สมัครประกันสังคมมาตรา 40
- กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย เมื่อนอนโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยในตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 200 บาทต่อวัน ไม่เกิน 30 วันต่อปี เงื่อนไขจ่ายเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 4 เดือน (การรักษาพยาบาลใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)
- กรณีทุพพลภาพ รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 500 – 1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลานานถึง 15 ปี เงื่อนไข เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือนขึ้นไป (ต้องเป็นผู้ทุพพลภาพหรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้นตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการ แพทย์)
- กรณีตาย จะได้รับค่าทำศพจำนวน 20,000 บาทต่อราย เงื่อนไข จ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือน ภายในระยะเวลา 12 เดือน ก่อนเสียชีวิต ยกเว้น เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ เงื่อนไข จ่ายเงินสมทบครบ 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนเสียชีวิต
- กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ) ผู้ประกันตนสามารถรับเงินก้อนเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เงื่อนไข มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
กรณีชราภาพ (เงินบำนาญ)
– ผู้ประกันตนสามารถรับเงินบำนาญเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
– ต้องจ่ายเงินสมทบถึงบำนาญขั้นต่ำหรือไม่น้อยกว่า 420 เดือน (35 ปี) ได้รับเงินบำนาญชราภาพขั้นต่ำเดือนละ 600 บาท ตลอดชีวิต
ทางเลือกผู้ประกันตนมาตรา 40
ทางเลือกต่างๆที่ผู้ประกันตนมาตรา 40 สามารุเลือกได้ เพื่อสิทธิประโยชน์ดังกล่าว สำนักงานประกันสังคมขอเสนอทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคุณด้วยชุดสิทธิประโยชน์ ดังนี้
ทางเลือกที่ 1(จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน) (จ่ายเอง 70 บาท รัฐสนับสนุน 30 บาท)
- สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 3 กรณี คือ กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย
ทางเลือกที่ 2 (จ่ายเงินสมทบ 150 บาท/เดือน) (จ่ายเอง 100 บาท รัฐสนับสนุน 50 บาท)
- สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 4 กรณี คือ กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)
ทางเลือกที่ 3 มี 3 ทางเลือก ดังนี้
สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 1 กรณี คือ กรณีชราภาพ (เงินบำนาญ) จ่ายเงินสมทบ 200 บาท/เดือน (จ่ายเอง 100 บาท รัฐสนับสนุน 100 บาท)
- ทางเลือกที่ 1 และทางเลือก 3 (1+3) สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 4 กรณี คือ กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ (เงินบำนาญ) (จ่ายเอง 170 บาท รัฐสนับสนุน 130 บาท)
- ทางเลือกที่ 2 และทางเลือก 3 (2+3) สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 5 กรณี คือ กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ) กรณีชราภาพ (เงินบำนาญ) (จ่ายเอง 200 บาท รัฐสนับสนุน 150 บาท)
หมายเหตุ
รัฐสนับสนุนในระยะแรกทั้งนี้ จนกว่าสำนักงานประกันสังคมจะประกาศเป็นอย่างอื่นทั้งนี้ ในการจ่ายเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 40 จ่ายเป็นรายเดือน ๆ ละ 1 ครั้ง และจ่ายเงินสมทบล่วงหน้าได้ครั้งละไม่เกิน 12 เดือน แต่ไม่สามารถจ่ายเงินสมทบย้อนหลังได้ทั้งนี้ผู้ประกันตนที่ประสงค์รับเงินบำเหน็จชราภาพเพิ่มขึ้นสามารถจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมได้ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาทต่อเดือน ยกเว้น กรณีทางเลือกที่ 5 (2+3) สามารถจ่ายเงินสมทบเพิ่มเติมได้ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาททั้งนี้ผู้ประกันตนที่เลือกความคุ้มครองทางเลือกที่ 3 สามารถจ่ายเงินสมทบย้อนหลังได้ไม่เกินเดือนพฤษภาคม 2555 แต่ต้องจ่ายในระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2556 ถึง วันที่ 8 ธันวาคม 2557
ในช่วงภาวะวิกฤตไวรัสโควิด-19แบบนี้ MoneyGuru ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและเป็นกำลังใจให้เราผ่านช่วงนี้ไปด้วยกัน ส่วนใครที่มองหาตัวช่วยเงินกู้สำหรับใช้ในการจับจ่ายใช้สอยที่ง่าย สะดวก และทำได้ที่บ้าน เรายังมีตัวช่วยสำหรับการ เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคล หรือจะเป็นบัตรเครดิตอื่นๆ ให้เลือกใช้ เข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตได้ทุกวันที่ MoneyGuru นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ทางช่องทาง LINE @MoneyGuruThailand รับรองว่าคุณจะได้คำแนะนำราคาเบี้ยประกันที่ดีที่สุดจากเรา
พิเศษสำหรับเดือนนี้ ท่านไหนที่ยังไม่มีบัตรกดเงินสด สามารถเข้ามาดูบัตรกดเงินสดที่เหมาะกับคุณได้ที่นี่ เพราะ MoneyGuru ได้รวบรวมผลิตภัณฑ์ทางการเงินไว้ให้พร้อมสรรพ นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และประกันรถยนต์ดีๆ มาเปรียบเทียบเพื่อให้ได้คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
เนื่องจากในทุกวันนี้ การใช้รถใช้ถนนมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา ดังนั้นนอกจากผู้ใช้รถทุกคนต้องไม่ประมาทและควรระมัดระวังในการขับขี่แล้ว การทำประกันภัยรถนั้นก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ท่านเพิ่มความอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น ดังนั้นทาง www.moneyguru.co.th ต้องการที่จะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายจากการจ่ายเบี้ยประกันด้วยการ ลดราคาเบี้ยประกันทันที่ 10% รับมือพิษเศรษฐกิจในเวลานี้
ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand